ผู้เขียน หัวข้อ: ชอบร้องเพลง เล่นกีต้าร์ จึงมาอยู่นี่ เห็นรุ่นพี่เขียนไว้ จึงได้มาเป้น"ความรู้"  (อ่าน 178023 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :30:   :30:   :30:
คุณสมบัติของDAWที่ช่วยให้สัญญาณเสียงมีมิติซ้าย/ขวา(สเตอริโอ)
คำเตือน กรุณาใส่หูฟัง จะสังเกตง่าย

 :30:   :30:   :30:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 27 มกราคม 2019, 14:44:59 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
:30:   :30:   :30:
คุณสมบัติของDAW (ค่าย Reaper)ที่ช่วยให้สัญญาณเสียงมีมิติซ้าย/ขวา(สเตอริโอ)
คำเตือน กรุณาใส่หูฟัง จะสังเกตง่าย

 :30:   :30:   :30:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 27 มกราคม 2019, 14:46:18 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :30:   :30:   :30:
คุณสมบัติของDAWที่ช่วยให้สัญญาณเสียงมีมิติซ้าย/ขวา(สเตอริโอ)
การใช้Panning Effects
คำเตือน กรุณาใส่หูฟัง จะสังเกตง่าย

 :30:   :30:   :30:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 27 มกราคม 2019, 14:47:30 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :30:   :30:   :30: :30:
มิติทางเสียง เป็นอย่างไร
       
มิติทางเสียง เป็นอย่างไร
   เสียงเป็นนามธรรม จับต้องไม่ได้ แต่ได้ยิน
   ส่วนคำว่า มิติ  ความหมายจาก พจนานุกรมแปล ไทย-ไทย ราชบัณฑิตยสถาน
        มิติ ๑น.   หมายถึง การวัด (มักใช้ประกอบหลังศัพท์อื่น) เช่น ตรีโกณมิติ สังคมมิติ ขนาดซึ่งวัดไปตามทิศทางใดทิศทางหนึ่ง โดยถือขนาดยาวเป็นมิติที่ ๑ ขนาดกว้างเป็นมิติที่ ๒ ขนาดหนาหรือสูงเป็นมิติที่ ๓ และถือว่าเวลาเป็นมิติที่ ๔ ในทางศิลปะอาจใช้ หนาหรือลึก แทน กว้างหรือยาว ก็ได้. (ส.).น. ด้าน มุมมอง เช่น เปิดมิติใหม่ของวงการภาพยนตร์.
        มิติ   [n.] dimension
ตัวอย่างประโยค
        เด็กๆ นั้นแต่เริ่มแรกจะมองภาพต่างๆ เป็น 2 มิติ โดยขาดมิติที่ 3 คือความลึก
หมายเหตุ   ลักษณะของขนาดที่หมายถึง กว้าง ยาว หนา ลึก

   รวมความแล้ว คำว่า มิติทางเสียง หมายถึง เสียงทีมีความกว้าง แคบ ยาว สั้น หนา บาง ลึก ตื้น
        (ความหมายอาจลึกซึ้งตามความรู้สึกอีกมาก.........!!!!!!!!!!!????????)
   
        มิติแรกของเสียงในอุปกรณ์เครื่องเสียงมีมิติพื้นฐานให้มาเป็น2ช่องทาง(เหมือนเรามีหู2ข้าง) มีคำเรียกการได้ยินแบบStereo สัญลักษณ์ในeXtreme Karsoke คือ L+R(ซ้าย-ขวา) ใช้1ไลน์แต่กินChannelบนมิกเซอร์2ช่อง(เฟดเดอร์สไลด์ติดกัน) ยกเว้นทำมาแบบ 1 ก้านเฟดเดอร์สไลด์แต่มีช่องIn2ช่อง(Stereo Channel)
   
        มิติทางเสียงมาตรฐานบนมิกเซอร์ควรถูกจัดการให้เป็นStereo เพื่อให้ได้ยินอย่างมีมิติซ้าย/ขวา(พื้นฐาน)อยู่เสมอ รวมทั้งใช้อุปกรณ์Pan(ส่าย)ไปตามทิศทางซ้าย/ขวาด้วย
   
ฉะนั้น มิติเสียงควรทำต่อไปนี้
        1.ใช้เสียงพื้นฐานเบื้องต้นให้เป็นทิศทางแบบStereo (ขยายความรวมไปถึงการแยกไลน์ดนตรีในeXtreme Karaokeด้วย)
        2.ใช้อุปกรณ์เครื่องมือทำมิติ ได้แก่
                2.1   เครื่องแยกความถี่ (Drive rack / Crossover)
                2.2   เครื่องปรับความถี่ (Equalizer)
                2.3   เครื่องปรับมิติ (Effect/Delay/Reverb)


ฟังตัวอย่าง มิติทางเสียง

 :30:   :30:   :30:
 :thank1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 27 มกราคม 2019, 14:48:33 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๘๖ เรื่อง การบันทึกเสียงร้องเพลงเล่นดนตรี (ตอน ๑๐)
เรียน เพื่อน พี่ น้องสมาชิกที่เคารพรักทุกท่าน
   ต้องขอขอบพระคุณท่านนายหัวแอดมินมานพผู้ดูแลระบบที่กรุณาเอื้อเฟื้อพื้นที่ตรงนี้ให้ครูแก่ๆคนนี้เก็บข้อมูลไ้ว้ให้แก่สมาชิกและผู้สนใจทั่วไปนำไปศึกษาหาคำตอบอันเป็นประโยชน์ตามพึงมีพึงได้โดยสุจริตชอบธรรม
   หากข้อมูลตอนใดผิดจากความเป็นจริง ขอความกรุณาท่านท้วงติงมาได้ทุกเมื่อ  แต่ผมขอรับรองว่าข้อมูลที่เขียนขึ้นได้มาเป็นส่วนหนึ่งที่ผมพบจากการลงมือปฏิบัติกับวัสดุและอุปกรณ์ของผมด้วยตนเอง
   ขอขอบคุณสมาชิกผู้เชี่ยวชาญรุ่นพี่ที่กรุณาอ่านจนจบบทนี้  เพราะสุดท้าย ท่านเห็นเจตนาของผมว่าคืออะไร


        ใกล้สิ้นปี2561แล้ว อายุเราจะมากขึ้นไปอีก ผู้ที่ยังเยาว์อยู่ดูจะตื่นเต้นแต่ผู้ชราภาพดูจะหดหู่ไปนิดหนึ่ง แล้วก็อิ่มใจเมื่อคิดถึงเรื่องเก่าแต่หนหลัง ผมอยู่ในกลุ่มหลัง เพราะลืมตาดูโลกมาตั้งแต่เดือนกันยายน2504 จากวันนั้นถึงวันนี้ไม่กี่ปีอายุจะ60แล้ว
   ขอนำเรื่องเก่ามาตรองดูแล้วเค้นเอาที่สำคัญมาพิจารณาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป อะไรที่พอจะเปลี่ยนได้ก็น่าจะเปลี่ยนไปครับ
   ถึงแม้จะติดเรื่องเก่าๆมากไป  ไม่ชอบเปลี่ยนแปลงอะไรง่ายๆ
   แต่วันนี้ก็ต้องเปลี่ยนแล้วครับ
   ใครที่เหมือนผมซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามาอยู่วงการนี้ คิดอะไรบางอย่างต่างไปจากสมาชิกรุ่นพี่ที่เคยทำมา มักจะถูกมองแบบแปลกๆหรือดูจะไม่เป็นที่ชอบอกชอบใจนัก
   เป็นธรรมดาครับ
   เรื่องที่ผมจะคุยกับท่านทั้งหลายก็หนีไม่พ้นเรื่องเก่าๆอีกเช่นเคยคือ เรื่องจัดการนำ “สัญญาณเสียงดนตรีมิดี้eXtreme Karaoke”มาใช้
        ใช้อย่างไร
   “ใช้ฟังอย่างเป็นสุข ไพเราะ มีจินตนาการ”ตามเนื้อหา ลีลาจังหวะและชิ้นดนตรี นั่นรวมหมายไปถึงความดังและทิศทาง เป็นไปอย่างสมดุล
   ทั้งหมด ผู้เชี่ยวชาญรวมๆกันใช้คำว่า “ดนตรีมีมิติ”
   สิ่งหนึ่งที่ผู้เชี่ยวชาญตระหนักและให้ความสำคัญมากๆคือ สัญญาณที่เป็น “สเตอริโอ” หรือสัญลักษณ์ L+R และเน้นนักเน้นหนาว่าให้ผู้จะเล่นเสียงดนตรีจัดไลน์ดนตรี(มิดี้eXtreme Karaoke)ออกมาทางช่องลำโพง(ของSound Card หรือ Digital Mixer)จะมีกี่ไลน์ก็ตาม ขอให้ออกมาเป็นสเตอริโอ คือควรจะเป็นแบบL+Rเสมอ
   เพราะมันจะทำให้ดนตรีมี “มิติ”
        บางคนคิดไปต่างๆนานา  “ความมีมิติทางเสียง”เป็นอย่างไรหนอ

        คำตอบที่ปรากฏอยู่ในกระทู้เว็บเรามีหลายแห่ง สมาชิกแต่ละคนเข้าใจกันไปตามประสบการณ์ของตน แสดงความคิดออกมาอย่างกว้างขวาง ผู้ที่เข้าใจดีปรารถนาก็พยายามบอกกล่าวสมาชิกทั่วไปให้เข้าใจ ความเข้าใจจึงออกมาอย่างน่าสนใจ 
        เช่น กระทู้นี้ (แทรกกระทู้)
http://karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=95411.225

   และบางท่านยังแนะนำให้แต่ละคู่เสียงสเตอริโอที่ผ่านมิกเซอร์(อนาล็อค)ทำการส่าย(Pan)ซ้ายและขวาตามช่องของตัวเองด้วย(ช่องซ้ายส่ายซ้าย/ช่องขวาส่ายชวา) ดนตรีจะยิ่งมีมิติมากขึ้น

        (หมายเหตุ คำว่าPan ผมขออนุญาตใช้คำว่า ส่าย ในความหมายคำแปลว่า ส่ายกล้องแบบมุมกว้าง [ทั้งที่จริงคำว่า Panแปลว่า กระทะ หรือ ร่อน เหมือนเราเอาของบางอย่างลงในกระทะแล้วจับหูกระทะพลิกไปมา ของนั้นมันวิ่งไปทางขอบซ้ายทีขอบขวาที)
   ส่วนผมยังคงยืนกรานว่าคงจะแยกไลน์ดนตรีeXtremeออกมาเป็นแบบไลน์โมโน
   เพราะผมต้องการผ่านสัญญาณให้ชัดเจนลงไปถึงการบันทึกในDAW ซึ่งต้องการจำนวนTrackในการบันทึกแต่ละครั้ง จึงจำเป็นต้องสร้างTrackแบบ Mono Audio Track คล้ายกับChannelบนมิกเซอร์
   ทั้งๆที่รู้แก่ใจว่า “มันไม่มีมิติ”   

        ผมคิดว่าเรื่องดนตรีมีมิตินั้นเหมือนกับชีวิตที่ใช้หูฟังเสียงให้ได้ยินต่างสถานที่กัน ได้ยินมากมายหลายเสียง มาจากต่างทิศทางกัน ดังบ้าง เบาบ้าง ใกล้บ้าง ไกลบ้าง จากซ้ายบ้าง ขวาบ้าง บนบ้าง ล่างบ้าง ครบทั้ง 8 ทิศ 10ทิศ ทั้งที่เป็นเสียงเดียวกันบ้าง ต่างกันบ้าง  สลับกันไปมาบ้าง
   ขณะที่เครื่องเสียงมีช่องเสียงมาตรฐานให้เราได้ยิน2ช่องและมีอุปกรณ์ช่วยให้เราได้ยินชัดเจนที่หูซ้ายและหูขวา นั่นคือตัวส่ายสัญญาณ(Pan)ให้ได้ยินทางซ้ายและขวาทั้ง2ช่องนั้น รวมๆเรียกว่าStereo(สเตอริโอ)  เรื่องอย่างนี้ เราอยู่ในวงการเครื่องเสียงคุ้นเคยดีมากแล้ว
   หากระบบเสียงเราความสามารถแยกสัญญาณออกมามากกว่า 1 คู่สเตอริโอ เช่น ระบบ 7.1 มีมาถึง 8 ช่องหรือ 4 คู่สเตอริโอ ได้แก่
   คู่ที่ 1  เป็น  FL – FR  (คู่หน้า)
   คู่ที่ 2  เป็น  RL – RR  (คู่หลัง)
   คู่ที่ 3  เป็น  FC – SW  (คู่กลาง)
   คู่ที่ 4  เป็น  SL – SR  (คู่ข้าง)
   เราแยกไลน์ชิ้นดนตรีแต่ละอย่าง(หรือหลายอย่างคล้ายๆกัน)ให้ออกมาอย่างละ1คู่ แล้ววางลำโพงรอบตัวเรา จะได้ยินสัญญาณรอบตัวเราแน่นอน
   นี่เป็นตัวอย่างดนตรีที่มีมิติอย่างหนึ่ง
        ส่วนท่านอื่นที่มีความเข้าใจและวิธีอื่นที่ทำให้เสียงดนตรีมีมิติอย่างไรก็ทำได้อีก

        “มิติ”พื้นฐานที่เรามีอยู่แล้วในอุปกรณ์เครื่องเสียงไม่ต้องลงทุนซื้อหาลำโพงมาเพิ่มอีกหลายคู่ คือ เทคนิคส่ายสัญญาณ(Pan)จากไลน์สเตอริโอบนมิกเซอร์หรือดิจิทัลมิกเซอร์ของเราเอง คือ
        แชนแนลซ้าย(L) ให้Pan ซ้าย   แชนแนลขวา(R) ให้Pan ขวา
   ต่อไปนี้ Sound Card หรือ Digital MixerตัวใดมีAudio Interface เท่าไร เวลาจะแยกไลน์ต้องคิดเอา2หาร เพื่อมิติทางเสียงสเตอริโอก่อน
   มี 2 Out ก็ควรแยกได้ 1 ไลน์(สเตอริโอ)
   มี 4 Out ก็ควรแยกได้ 2 ไลน์(สเตอริโอ)
   มี 8 Out ก็ควรแยกได้ 4 ไลน์(สเตอริโอ)
   มี 16 Out ก็ควรแยกได้ 8 ไลน์(สเตอริโอ)
   มี 18 Out ก็ควรแยกได้ 9 ไลน์(สเตอริโอ)
   มี 22 Out ก็ควรแยกได้ 11 ไลน์(สเตอริโอ)
   มี 24 Out ก็ควรแยกได้ 12 ไลน์(สเตอริโอ)
   มี 32 Out ก็ควรแยกได้ 16 ไลน์(สเตอริโอ)
   การแยกเสียงมิดี้eXtremeออกมาเป็นไลน์แบบสเตอริโอ(L+R)มันจะกินช่องแชนแนลไลน์เดียวติดกันกับคู่ของมันในมิกเซอร์
   
   เวลาเล่นบนมิกเซอร์อนาล็อค จะลดหรือเพิ่มสัญญาณแต่ละไลน์ต้องจับรวบก้านสไลด์คู่ติดกันและทำส่ายสัญญาณ(Pan)ในการทำบาล้านซ์ ใส่หูฟังด้วยจะได้ยินเสียงค่อนข้างละเอียดสังเกตง่าย เพราะไม่มีคำสั่งลิงค์สเตอริโอเราต้องจัดการเอง ส่วนดิจิทัลมิกเซอร์เขาออกแบบมาให้เราลิงค์คู่สเตอริโอได้ เพียงกดปุ่มลิงค์ปั๊บทุกอย่างจะปรับให้ทันทีคือ ทั้งทำส่ายซ้ายขวาและล็อคให้ก้านสไลด์ติดกัน คลิกหรือจับลากก้านใดอีกก้านก็ไปตามด้วย

        เป็นตัวอย่างการแยกมิดี้แบบตรงๆ แต่ผู้เชี่ยวชาญบางท่านติงมาว่ามีเครื่องดนตรีบางชิ้นไม่จำเป็นต้องเปลืองช่องออกเป็นสเตอริโอ ควรแยกเดี่ยวแบบโมโนก็ได้ เช่น กระเดื่อง(Kick Drum)เป็นต้น
(แทรกรูป  ไลน์แยกแบบสเตอริโอ / แยกแบบโมโน)




   ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่คิดอยากได้ไลน์ดนตรีมากๆ เพราะต้องการจะศึกษาให้รู้ด้วยตนเองว่าเสียงดนตรีแต่ละชิ้นจะเป็นอย่างไรมากกว่าความมี “มิติทางดนตรี”แบบสเตอริโอ สู้สืบเสาะค้นหาเก็บเล็กประสมน้อยซื้อดิจิทัลมิกเซอร์ที่มีAudio outมากๆถึง 32 Out (Qu pac) เพื่อมาแยกไลน์ดนตรีeXtremeซึ่งจำได้ขึ้นใจว่ามีถึง 34 ชิ้น พอจะถัวเฉลี่ยรวบๆมาไว้ด้วยกันแล้วแยกไลน์แบบโมโนมาเต็มที่32ไลน์ หากต้องการฟังแบบสเตอริโอก็ทำส่าย(Pan)แต่ละไลน์(โมโน)มันก็ได้ยินแยกเสียงเหมือนกันนะ คิดอย่างนั้น
   หารู้ไม่ว่า กำลังทำลาย  “ความมีมิติ”ทางดนตรีลงไปอย่างไม่รู้ตัว
        สาเหตุสำคัญที่ผมคิดและแยกไลน์แบบโมโนนั้นมีอย่างเดียว คือต้องการนำสัญญาณไปบันทึกลงที่Audio trackของDAW เพื่อวิเคราะห์สัญญาณอย่างละเอียดต่อไปดังได้กล่าวไว้ข้างต้น

        ทั้งๆที่รู้ว่า “ไม่มีมิติทางเสียงดนตรี”เอาเสียเลย

        มาวันนี้ดิจิทัลมิกเซอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงมีช่องOutputมากถึง16 ช่อง 24 ช่อง และ32ช่องแล้ว ลองเปลี่ยนจากแยกไลน์แบบโมโนเดิมๆมาแยกไลน์แบบสเตอริโอและอย่าลืมส่าย(Pan)ซ้าย/ขวาคู่ไลน์ของตัวเองด้วยนะครับ แล้วจะฟังหรือจะนำไปบันทึกลงDAWอะไรต่อไปก็ช่างเถอะ
        อ้อ ดิจิทัลมิกเซอร์เขามีลิงค์ให้ทำสเตอริโอยู่แล้ว ยิ่งง่ายไปอีก
        ทีนี้ดนตรีของเราฟังแล้วมี “มิติ”กันทั่วหน้านะครับ
        การแยกไลน์แบบโมโนในความคิดเดิมๆ หยุดกระทำได้แล้วครับ

        สุดท้ายนี้ ในโอกาสวัน"ขึ้นปีใหม่ 2562 ผมขออ้างอิงเอาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกจงดลบันดาลให้สมาชิกและผู้สนใจทุกท่านจงมีแต่ความความสุข ความเจริญ รุ่งเรือง ปราศจากผองพิษภัยทั้งหลาย ดำรงตนอยู่ด้วยอายุยืนยาว แข็งแรงสมบูรณ์ มีจิตใจผุดผ่องเข้มแข็งต่อความโลภ โกรธ หลงในอกุศลมูลและอบายภูมิทั้งหลาย โดยทั่วกันทุกผู้ทุกคน ตลอดปี2562 เทอญ.
        พบกันอีกครั้ง(ในบทความ) น่าจะปีหน้าหละครับ 
สวัสดี
 :thank1:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :30:   :30:   :30:
การใช้ DAW Controller "Presonus FaderPort Classic" ควบคุมการเล่น Studio One"


 :30:   :30:   :30:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 27 มกราคม 2019, 14:49:30 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :30:   :30:   :30:
เช้าวันใหม่ปี2562   ปีใหม่ ฟังเพลงเก่า....ไอดอล...ครู

 :95:   :95:   :95: :30:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 27 มกราคม 2019, 14:50:36 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
:30:   :30:   :30:
การใช้ DAW Controller "Presonus FaderPort Classic" ควบคุมการเล่น Studio One"


 :30:   :30:   :30:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 27 มกราคม 2019, 14:51:26 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
:30:   :30:   :30:
การใช้ DAW Controller "Presonus FaderPort Classic" ควบคุมการเล่น Studio One"


 :30:   :30:   :30:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 27 มกราคม 2019, 14:52:11 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :30:   :30:   :30:
พอจะเข้าใจการใช้ "DAW Controller - Presonus FaderPort Classic" บ้างนะครับ

 :95:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๘๗ เรื่อง การบันทึกเสียงร้องเพลงเล่นดนตรี (ตอน ๑๑)
        เรียน เพื่อน พี่ น้องสมาชิกที่เคารพรักทุกท่าน
        สวัสดีและขออ้างอิงคุณพระศรีรัตนตรัยจงดลบันดาลให้ทุกท่านมีแต่โชคดี ปีใหม่ ปีกุน-หมูทอง พุทธศักราช 2562กันทุกผู้ทุกคนครับ โดยเฉพาะพ่อแม่เพื่อนพี่น้องทางจังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากพายุ “ปาบึก”ก็ขอมีความปลอดภัยกันเช่นเดียวกัน

        มาติดตามความรู้ความเข้าใจและความเพลิดเพลินจากอุปกรณ์โปรแกรมเครื่องเสียงดนตรีที่เรามีอยู่กันต่อดีกว่าครับ
สิ่งที่เรามีเริ่มจาก
        1.คอมพิวเตอร์และโปรแกรมeXtreme Karaoke Ver.3ลิขสิทธิ์ +ไฟล์เพลงมิดี้EXK/XMK + Sound font
        2.Digital Mixer พร้อม Driver สายสัญญาณ USB/XLR/Trs และไมโครโฟนสำหรับร้องเพลง
        3.เครื่องปรุงแต่งเสียง ได้แก่ Effect/E.Q./Crossover/compressor.
        4.Power Amplifier + ลำโพง Monitor
        และที่สำคัญต่อไปนี้อีก 2 อย่าง คือ
        1.โปรแกรม DAW เช่น Cubase/  Logic/ Pro Tools/ Ableton/ Sonar/ Reaper/ Studio One เป็นต้น
        และ 2. อุปกรณ์ DAW Controller เช่น
        Presonus FaderPort Classic/8/16
   Behringer X touch
        เป็นต้น

        ในบทนี้ ผมขอยกตัวอย่าง อุปกรณ์เครื่องเสียง ตัวควบคุม และโปรแกรมบันทึกเสียงที่จะนำมาประกอบการทำงาน ได้แก่  Digital Mixer /DAW/และDAW Controller ดังนี้
        1. มิกซ์ Presonus AB1818vsl + ปรีไมค์ Behringer ADA8200 + Sound Rack7.1(ของช่างวุฒิ เชียงใหม่)

        2.โปรแกรม DAW  - Presonus Studio One 

        3. DAW Controller ตัว Presonus FaderPort Classic



        ผมเคยนำวิดีโอคลิปฝรั่งแสดงการใช้FaderPort ClassicควบคุมโปรแกรมDAW Studio Oneมาให้ดูก่อนหน้านี้แล้ว บางท่านอาจดูไม่ค่อยเข้าใจ(เพราะฟังภาษาไม่ค่อยจะรู้เรื่อง)
       ไม่เป็นไรครับ พยายามดูซ้ำๆก็จะได้เห็นและได้ยินภาษาฝรั่งชัดเจนขึ้นนเรื่อยๆ จะเข้าใจเอง
        ระหว่างนี้เรามาทำความเข้าใจเรื่องราวการใช้อุปกรณ์ควบคุมโปรแกรมDAW(DAW Controller)แบบพื้นๆไปก่อน
        คุณที่เคยเล่นกับDAWจะคุ้นเคยกับมันดีว่าหน้าที่หลักๆคือรับสัญญาณเสียงมาแล้วส่งผ่านออกไปคล้ายกับมิกเซอร์แทบทุกประการ กล่าวคือ มีTrackหลายแทร็คคล้ายFader Slideของมิกซ์  แต่ละแทร็คสามารถทำMute/ Solo/ เพิ่มFX/E.Q./Compressor/ ได้ มีMain Trackคล้ายกับMain Outของมิกเซอร์ แต่ละTrackสามารถส่ง(Send)ไปเอ้าท์พุท(Bus)แต่ละเอ้าท์ได้
        ที่สำคัญ โปรแกรมDAWสามารถเก็บสัญญาณเสียงที่เข้ามาไว้เป็นข้อมูลในลักษณะที่แถบประจำของTrackที่เรียกว่า Wave Form ได้ด้วยการกดปุ่มบันทึก(record) นำมาเพลย์เล่นฟังหรือแก้ไขปรับปรุงให้มีลักษณะต่างๆภายหลังได้

        รูปไอคอนคำสั่งที่อยู่บนโปรแกรมDAWจึงมีลักษณะไม่ต่างจากมิกเซอร์ เป็นเครื่องมือรูปไอคอนในลักษณะเป็นสัญลักษณ์ เครื่องหมาย สี และอื่นๆให้เราสั่งงาน  ก็คล้ายกับโปรแกรมอื่นๆทั่วไปนั่นเอง



        ทั้งหมดอาศัยคอมพิวเตอร์เป็นตัวประมวลผล พื้นฐานก็มีอุปกรณ์ต่อพ่วงช่วยงานตามปกติ ได้แก่เม้าส์และคีย์บอร์ด ผู้ใช้ก็จะใช้อุปกรณ์สองตัวนี้กับDAWเช่นกัน เช่น
       ใช้เม้าส์คลิก - เลือกเมนูคำสั่งต่างๆ / เพลย์ /สตอป/ อื่นๆ...
         - เลือกแถบใดๆ ...
                        - ลากก้านสไลด์ในTrack/ลูกศรยุบหรือขยายหน้าต่าง/ปรับหมุน
                          ไอคอนปุ่มหมุน
      ใช้คีย์บอร์ด   - กดปุ่มฟังก์ชั่น F/  Shift/ Cltrl/ Tab/ 
         - พิมพ์ตัวอักษรต่างๆ....
            เป็นต้น
   ปกติการใช้อุปกรณ์เม้าส์กับคีย์บอร์ดก็น่าจะเพียงพอกับคำสั่งพื้นๆทั่วไป
   แต่กับโปรแกรมDAWที่เราต้องใช้ในฐานะ “แทนมิกเซอร์”ในระบบเสียงของเราซึ่งมิกเซอร์เราถ้าเป็นตัวNo Hard Fader เช่น
-   AB1818vsl (และอื่นๆที่โมเดลคล้ายกัน)
-   Behringer X18/Xr18 (และอื่นๆที่โมเดลคล้ายกัน)
-   Soundcraft UI Series (และอื่นๆที่โมเดลคล้ายกัน)
-   Allen&Heath Qu –Pac (และอื่นๆที่โมเดลคล้ายกัน)
-   และ รุ่นอื่นๆที่ไม่มีFader 
-   ฯลฯ
        นอกจากจะควบคุมDSPของตนเองบนจอคอมพิวเตอร์แล้ว จะต้องมาคุมDAWทำซ้ำซ้อนบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อีก...คิดดู .คงไม่สะดวกนัก
        โดยเฉพาะหน้าที่หลักๆเบื้องต้นที่ต้องใช้ควบคุมDSPแทนมิกเซอร์ในระบบของเราแล้ว ต้องมาควบคุมบาล้านซ์สัญญาณเสียงดนตรีeXtremeที่ผ่านเข้ามาแต่ละแชนแนลที่เฟดเดอร์สไลด์ของDAWอีก ลำพังเม้าส์และคีย์บอร์ดที่มีอยู่ไม่เพียงพอเสียแล้ว  เราจำเป็นต้องหาตัวอุปกรณ์ภายนอกมาต่อพ่วงเพื่อทำหน้าที่นี้อีกต่างหากจะสะดวกกว่าแน่นอน
        โปรแกรมDAWทุกตัวจะมีฟังก์ชั่นรับการทำงานไว้ต่อร่วมกับอุปกรณ์ควบคุมอยู่ในเมนู..Setup Device หรือลักษณะคล้ายๆคำสั่งนี้แทบทุกตัว เมื่อมันถูกเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ด้วยสายสัญญาณ(หรือไม่ใช้สาย)และไดรเวอร์กับคอมพิวเตอร์แล้ว โปรแกรมDAWก็จะพบได้โดยอัตโนมัติและถูกเรียกมาให้ผู้ใช้เลือกได้ทันที
        นี่คือที่มาของDAW Controller (อุปกรณ์ควบคุมโปรแกรมDAW)
        บางคนเห็นคำว่า Midi Controller แล้วมันต่างกับ DAW Controllerตรงไหน
        ตอบครับ ไม่ต่าง ตัวเดียวกันครับ ทั้งสองตัวใช้งานกับสัญญาณเสียงที่เป็น Digital Audio เหมือนกันครับ
        ความจำเป็นเบื้องต้นที่ต้องเลือกหาDAW Controllerมาทำงานในระบบเสียงของเรา ให้คำนึงถึงคุณสมบัติ 2 ประการก่อน คือ
        1.Fader Slide สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกของการเลือกหาDAW Controllerซักตัวหนึ่ง คือ เฟดเดอร์สไลด์ ซึ่งแต่ละตัวทำมาไม่เหมือนกัน
   ต่างกันที่จำนวนช่อง ที่ความยาว ที่รายละเอียดบอกเป็นเส้นขีดหรือตัวเลข ที่เป็นแบบเลื่อนเอง(Motorized)และไม่เลื่อนเอง ที่ช่องแสดงสัญญาณของช่องสไลด์ เป็นต้น
   มาตรฐานของช่องสไลด์ควรเป็นอย่างไรหละ เท่าที่ผมศึกษามา ควรเป็นดังนี้
           1. จำนวนช่องควรมีอย่างน้อย 8 ช่อง
           2. ความยาวควรมีถึง 100มม.
           3. มีขีดระบุตัวเลข dB
           4. เป็นชนิดเลื่อนเอง (Motorized) จะมาพร้อมแบบสัมผัสเลือก(Touch Sensitive)
           5. ช่องแสดงสัญญาณ (VU)




   นั่นย่อมหมายถึงราคาที่ต้องสูงกว่าตัวที่มีไม่ครบมาตรฐาน อย่างก็ตามจำนวนช่องอาจจะมีแค่หนึ่งช่องแต่ก็ถือว่าได้มาตรฐาน เช่น 
-   Presonus FadrePort Classic (บ้านเรามีขาย)
-   

-   Behringer X touch One (หายาก)
-

        2. Fader function สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับสองของการเลือกหาDAW Controllerซักตัวหนึ่ง คือ ฟังก์ชั่นของเฟดเดอร์สไลด์ ซึ่งแต่ละตัวทำมาไม่เหมือนกัน ได้แก่
              1. ปุ่มหมุนทำPan
              2. ปุ่มกดทำ Mute/ Solo/ Select/ และArm(เตรียมบันทึกRecord)
              3. ปุ่มกดเลื่อนย้ายไป/กลับจากแทร็คปัจจุบันชนิดครั้งละ1แทร็คและหลายแทร็ค(Channel/ Bank)

        ความจำเป็นต่อมาที่ต้องเลือกหาDAW Controllerมาทำงานเป็นเครื่องบันทึกเสียงแทนมิกซ์จริงในระบบเสียงของเรา ให้คำนึงถึงคุณสมบัติประการต่อมา  คือ
        1. Transport สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับหนึ่งของการเลือกหาDAW Controllerซักตัวหนึ่งเพื่อบันทึกเสียง คือ กลุ่มฟังก์ชั่น Transport ได้แก่ ปุ่มต่างๆ คือ
          บันทึก/
          การเล่น/
          การหยุดเล่น/
          การหยุดเล่นชั่วคราว/
          กรอกลับไปที่เริ่มต้น/
          การกระโดดไปที่จุดสิ้นสุด/
          เล่นวนไม่รู้จบ/

       2. Automation สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับสองของการเลือกหาDAW Controllerซักตัวหนึ่งเพื่อบันทึกเสียง คือ กลุ่มฟังก์ชั่น Automation ได้แก่
              1. Read
              2. Write
                3. Touch


          และอื่นๆอีกยังมีอีกมาก ถ้าต้องการตัวที่ทำงานละเอียดมาก ตัวมันจะใหญ่ตามไปด้วย และแน่นอน ...ราคาก็สูงไปด้วยเช่นกัน
          ใครมีทุนมาก..ก็เลือกหาไอ้ตัวใหญ่ๆมาใช้กันเลยครับ



          บทนี้คงยุติแค่นี้ คราวหน้าจะทบทวนการ “นำสัญญาณเสียงมาลงให้DAW Controller”กันต่อครับ 
          ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามครับ
สวัสดีครับ
 :thank1:








« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 15 มกราคม 2019, 12:45:58 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :58:
วิดีโอแนะนำการใช้ DAW Controller ที่เป็นของคนไทย พากษ์ไทยไม่ค่อยมีให้ดูฟังกัน  :58:

ไม่ป็นไร  ดูของฝรั่งก็ได้  เดี๋ยวนี้อะไรๆก็ต้องเป็น"สากล"กันหมดแล้ว 

อ้าวไปดูกันหน่อย    อนาคตอีกไม่กี่วันก็ต้องใช้มันอยู่แล้ว
คลิบนี้มชื่อว่า "Behringer X-Touch | Studio One: Complete Walkthrough (+ SMALL AMAZING MODS!!)

 :39:   :39:   :39: :95:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 27 มกราคม 2019, 14:54:14 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :84:   :84:   :84:   :84:   :84:
สุดเศร้าในวันหยุด

ไม่มีมันชั่วคราวนะ


สาเหตุคือเจ้าตัวนี้


หักคารู  ใช้ลวดแยงดึงก็ไม่ออก


ส่งไปรักษาที่ที่มันอยู่เดิม   
http://www.muziccraft.com/store/

 :58:    :58:    :58:  วันเสาร์ที่แสนเศร้า



ออฟไลน์ นพ สุพรรณ

  • คณะก่อการ
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • ***
  • กระทู้: 16068
  • HL NO.5490A920 (x-men)
ไม้เสียบลูกชิ้น  แตะๆกาวร้อนนิดหน่อยไม่ต้องมากตรงที่ด้านที่ไม่ใช่ปลายแหลม แล้วเสียบเข้าไปให้ชนหัวแจ๊กที่หัก รอจนแห้งแล้วดึงออก

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ไม้เสียบลูกชิ้น  แตะๆกาวร้อนนิดหน่อยไม่ต้องมากตรงที่ด้านที่ไม่ใช่ปลายแหลม แล้วเสียบเข้าไปให้ชนหัวแจ๊กที่หัก รอจนแห้งแล้วดึงออก
ขอบคุณสุดๆเลยครับพี่หมอนพ แต่มันช้าไปต๋อยเสียแล้ว ...คร้าบบบบบ... :84:  :84:  :84:
มันไม่อยู่แล้ว....
 :thank1:(เดี๋ยวจะเขียนวิธีนี้ติดฝาห้องดนตรีไว้เลย...) :58:

ออฟไลน์ ขวัญ

  • คณะก่อการ
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • ***
  • กระทู้: 6356
  • HL1= 4C9D39A7 ตัวหลัก HL2=12269859 ตัวสำรอง
ควรเลือกใช้ jack phone คุณภาพดีๆ ครับ   :95:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ควรเลือกใช้ jack phone คุณภาพดีๆ ครับ   :95:
ครับคุณน้องขวัญ
มาเป็นคู่ ยาว 1 เมตร ราคาคู่ละ 240 บาท (มันถูกไปหน่อย) กำลังพบอี 1 หัวแจ็คหมุนได้รอบตัว ทั้งๆที่ไม่ค่อยได้เสียบเข้าออก


ต้องระวัง ต้องระวัง

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :95:
ระหว่างนี้ งัดเจ้านี่มาร้องเพลงไปพลางๆครับ


และจะลองกับ DAW Controller ค่ายเดียวกันดู

 :30: :58:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
:30:   :30:    :30:
Behringer X32 รุ่นที่มีhard fader สามารถใช้เป็น DAW controller ได้เช่นกัน
เริ่มที่รุ่น X32 Producer

 :95:  :95:   :95:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 27 มกราคม 2019, 14:55:34 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
:30:   :30:    :30:
Behringer X32 รุ่นที่มีhard fader สามารถใช้เป็น DAW controller ได้เช่นกัน
มาที่รุ่น X32 Compact


 :95:  :95:   :95:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 27 มกราคม 2019, 14:57:07 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
:30:   :30:    :30:
Behringer X32 รุ่นที่มีhard fader สามารถใช้เป็น DAW controller ได้เช่นกัน
และมาที่รุ่น X32 ใหญ่สุด

 :95:  :95:   :95:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 27 มกราคม 2019, 14:57:54 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
:30:   :30:    :30:
Allen&Heath รุ่น QU ที่มีhard fader สามารถใช้เป็น DAW controller ได้เช่นกัน
มาดูตัวอย่างรุ่น Qu16-24-32 ใช้ทั้งบนWindowsและMac


 :95:  :95:   :95:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 27 มกราคม 2019, 14:59:35 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
:30:   :30:    :30:
ไม่ว่าจะเป็นBehringer X32 Rack และAllen&Heath Qu Pac / SB รุ่นที่ไม่มีhard fader ก็จะไม่สามารถใช้เป็น DAW controllerได้





ต้องอาศัย DAW Controller   เช่น Behringer X Touch   จึงจะControl DAWได้


 :30:   :30:   :30:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :82:   :82:   :82:
ต่อไปนี้ น่าจะมาทบทวนและต่อกันที่"ชอบร้องเพลง+เล่นกีตาร์"กันด้วยตนเองกันอีกครั้งกันแล้วไหมหนอ...


 :D   :D   :D

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1596
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :30:   :30:   :30:
เมื่อชอบร้องเพลงแล้ว  เล่นกีต้าร์(พอ)เป็นแล้ว 
ต่อไปก็คิดแต่งเอง ร้องเอง เล่นเอง ไม่เป็นเพลงยังไงบันทึกไว้กอน 
แล้วมาขัดเกลาภายหลัง  ไม่งั้น เสียดายแย่

เพลงนี้ได้แรงบันดาลใจจาก"วันถึงแก่กรรมของคุณพ่อของครูเอง เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม2560" เหตุจาก"โรคตับแข็ง"

 :30:  :30:   :30: