ผู้เขียน หัวข้อ: ชอบร้องเพลง เล่นกีต้าร์ จึงมาอยู่นี่ เห็นรุ่นพี่เขียนไว้ จึงได้มาเป้น"ความรู้"  (อ่าน 150855 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1280
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
อีคิวไมค์แหลมไปนิดครับ เกนไมค์น่าจะแรงไปเสียง Hizz มาเยอะ
ลองดูใหม่ ในCubase ครับ ครูหมอ

ขอคำชี้แนะด้วยครับ
 :thank1:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1280
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :30: 
ใช้DAWแต่ละตัวมาบันทึกเสียงดนตรีeXtremeและร้องเพลงให้ไพเราะ มีมิติ สร้างจินตนาการ เกิดสุนทรียรสนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย  ต้องอาศัยเวลาฟังเพลงต้นฉบับหลายเที่ยว สังเกตชิ้นดนตรีแต่ละกลุ่มดีด สี ตี เป่าที่บรรเลงมาหลายหน

ไดนามิกอ่อนแข็งช่วงไหน ดังค่อยเท่าไร ปล่อยให้เสียงขับร้องเด่นขึ้นแทนตรงไหน อย่างไร ต้องมีทักษะและวิสัยทัศน์มาก

ประกอบกับใช้ความพยายามอย่างยิ่ง

บันทึกเพลงเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่เป็นที่น่าพอใจสักครั้ง

ดีที่เป็นเพลงคุ้นเคยจึงไม่ทำให้เบื่อง่าย เห็นไมค์แล้วอยากหยิบร้องเพลง  จับหูฟังครอบหัว เปิดเครื่อง บิดโน่นหมุนนี่  ปากก็เทสต์ไมโครโฟน 1 2 3ผ่านเอฟเฟคอีคิว สนุกอีกแล้ว

สัญญาณeXtremeที่ผ่านมิกซ์แต่ละไลน์ให้เลื่อนสไลด์ลงต่ำสุด(ปิดออกMain)ยกเว้นแชนแนลไมค์ร้องเพลงเพราะต้องการเอฟเฟคและอีคิวบางส่วนไปติดที่แทร็คไมค์ในDAW

ใช้Gainเป็นตัวปล่อยสัญญาณและทำบาล้านซ์เสียงดนตรีeXtremeไปให้DAWบันทึกไว้ :30:
 :thank1:

Cubase เป็นDAWที่น่าใช้ ให้สุ้มเสียงหนักแน่น มีOptionปรุงแต่งดี สะดวก ตัวอย่าง

        การแยกสัญญาณ Tom 3 ลูก ให้วิ่งวนหูเราเล่น

 :30:   :30:   :30:


ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1280
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :30:
เสียงที่นอกจากตาที่มองระดับแสงVUที่แชนแนลแล้ว  ที่ได้ยินจาก"หูฟัง"ก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับ"นักคุมเสียง(มิกเซอร์)"

เท่านั้นไม่พอ ต้องปล่อยสัญญาณที่ทำบาล้านซ์แล้วออกมาทางPA ถ้าผ่านEQ.และครอสโอเวอร์ ลองเร่งเพาเวอร์2หรือ3ทางของท่านให้บาล้านซ์กันอีกครั้ง

ดนตรีและเสียงร้องถ้าได้ยินโดยรวมเหมือนหรือใกล้เคียงแผ่นต้นฉบับ นั่นแหละคือเป้าหมาย

ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยากถ้าเราจะทำจริงๆ
 :30:  :thank1:

ออฟไลน์ นพ สุพรรณ

  • คณะก่อการ
  • ขี้โม้ระดับสุดยอด
  • ***
  • กระทู้: 16165
  • HL NO.5490A920 (x-men)
ลองดูใหม่ ในCubase ครับ ครูหมอ

ขอคำชี้แนะด้วยครับ
 :thank1:



ฟังจากหูฟังมอนิเตอร์ราคาแพง   199 บาท

ผมหงุดหงิดกับเสียงเบสที่ไม่ลงกับกระเดื่องมาก  เบสมันช้ากว่าอยู่ทุกโน๊ตเลย

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1280
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง


ฟังจากหูฟังมอนิเตอร์ราคาแพง   199 บาท

ผมหงุดหงิดกับเสียงเบสที่ไม่ลงกับกระเดื่องมาก  เบสมันช้ากว่าอยู่ทุกโน๊ตเลย
ผมรู้เต็มอกกว่าหมออีกแต่ฝืนปล่อยเสียงมาให้ฟัง เพราะเพียงแค่ต้องการอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีอยู่

จะไม่ไห้เบสมันช้าได้ยังไง  กระเดื่องแยกผ่านAB1818vsl  ส่วนเบสแยกผ่านซาวด์แร็คของช่างวุฒิเชียงใหม่

แยกที่AB1818   ซะ6ไลน์ แยกที่ซาวเ์แร็คซะ8ไลน์

อย่าว่าแต่เบสเลย  Saxophoneกับ Trumpetก็ยังไม่ทันกระเดื่องเหมือนกัน เพราะมันถูกแยกมาลงที่ซาวด์แร็คเช่นกัน  :58:

ขอโทษครูทุกท่านครับ  :embarrassed:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1280
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :30:
เดี๋ยวเราเลื่อนแทร็คที่บันทึกจากไลน์ของซาวด์แร็คให้ลงกับแทร็คที่บันทึกกระเดื่องและเสียงอื่นจากAB1818ก็คงฟังดีขึ้นครับคุณพี่หมอนพ
 :thank1:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1280
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ลองดูใหม่ ในCubase ครับ ครูหมอ

ขอคำชี้แนะด้วยครับ
 :thank1:
:30:   :30:   :30:
ในCubase 14 แทร็คที่บันทึก มาจากชิ้นดนตรีของeXtreme_SQL ดังนี้
1. มิกซ์ AB1818vsl แยก มา 6 ไลน์ คือ
        1. Track 3   - Kick Drum                  Pan   กลาง
        2. Track 4  - Snare,  Side Stick               Pan   กลาง
        3. Track 5 – Hihat,  Cowbel  -  Cymbel, Tembale      Pan  กลาง
                     - Percussion
        4. Track 6  - Tom Low                            Pan  ขวา
           Track 7  - ว่าง รับสัญญาณจาก Aux7            Pan  กลาง
           Track 8  . ว่าง รับสัญญาณจาก Aux8              Pan  กลาง
        5.Track 9     (SPDIF L) - Tom Mid- Bongo, Conga      Pan  กลาง
        6.Track 10 (  SPDIF R) Tom High               Pan  ซ้าย
      
2. ซาวด์แร็ค 7.1  แยกมา 8 ไลน์  ดังนี้ 
        1.Track 11 - Bass                     Pan  กลาง
        2.Track 12 - Piano, - Giutar Clean, Guitar Nylon      Pan  กลาง
              - Guitar Jazz
        3.Track 13 - Guitar Overdrive, Guitar Distortion           Pan  กลาง
        4.Track 14 - String. Ensemble                    Pan  กลาง
        5.Track 15 - Chromatic Percussion, Organ, Synth           Pan  กลาง
                   - Live 4-16
        6.Track 16 - Main Instruments, Accordion,Ethnic,                  
                        - Percussive, Live 1-3               Pan  กลาง
        7.Track 17 - Brass, Reeds, - Saxophone          Pan  ซ้าย
        8.Track 18 - Trumpet, Pipe                       Pan  ขวา

        ฉะนั้นหากจะให้เบส หรือแซก หรือ ทรัมเปต หรืออื่นๆทันกระเดื่อง ก็เลื่อนTrackที่11-18ขึ้นหน้ามานิดหนึ่งปรับให้ลงกระเดื่องก็เป็นอันใช้ได้

        ขอบคุณทุกท่านที่ท้วงติงมาครับ
 :thank1:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1280
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :30:   :30:   :30:
ยังไงก็ยังร้องเพลงของครูชาย เมืองสิงห์    เรือล่มในหนอง   

แต่คราวนี้ขอแก้ตัวส่งการบ้านครูพี่หมอนพ  โดยเลื่อแทร็คให้กระเดื่องลงพร้อมเบสแล้วครับ
 :thank1:

 :58:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1280
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๘๓ เรื่อง การบันทึกเสียงร้องเพลงเล่นดนตรี (ตอน ๗)
เรียน เพื่อน พี่ น้องสมาชิกที่เคารพรักทุกท่าน
   เช่นเคยครับ ไม่ได้พบกันนานเกือบเดือน เพราะติดราชการงานหลวง แต่ผมก็บันทึกประสบการณ์เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับการการบันทึกเสียงอยู่ต่อไปครับ ขอพักมิกซ์ตัวใหม่ไว้ก่อน นำAB1818vslตัวเก๋ามาใช้ต่อครับ
   เรื่องราวต่างๆยังอยู่ที่บันทึกเสียงร้องเพลงเล่นดนตรีเหมือนเดิมครับ เพราะเป็นที่ทราบกันดีครับว่า พื้นฐานของผมเองมาจากเรื่องชอบ”ร้องเพลง” และ “เล่นกีต้าร์” ในบ้านนะครับ  ไม่ได้รับงานหรือมีอาชีพเสริมอะไร
   สะสมทุนพอซื้อหาอุปกรณ์ได้ก็จัดหามา ขอแค่ช่วยเก็บสุ้มเสียงของตัวเองร้องเพลง มาฟังสนุกๆคลายความตึงเครียดยามว่างได้เป็นอันใช้ได้
   เป้าหมายคือ ไฟล์เสียงนั้นต้องแยกกันเด็ดขาดระหว่างเสียงร้องกับเสียงดนตรี อยากฟังแค่ดนตรีก็ปิดเสียงร้อง อยากฟังแค่เสียงร้องก็ปิดเสียงดนตรี  และเสียงดนตรีต้องแยกชิ้นออกมาได้อีกบ้าง
   จึงเป็นที่มาของบทความตั้งหลายบทที่ผมเขียนขึ้น
   DAW คือหัวใจสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด
   ใครคุ้นเคยกับDAWจะทราบดีว่า มันเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญของการจับสัญญาณเสียงมาไว้ในอุ้งมือ แล้วจะจัดการกับ”เสียง”ที่ได้ภายหลังอย่างไรก็สุดจะทำไป
   DAW เป็นโปรแกรมยิ่งใหญ่  เป็นได้ทั้งมิกเซอร์ดิจิทัลเล่นเสียงและบันทึกได้ทันทีที่เราต้องการ
   สมาชิกหลายคนเล่นเสียงเพลง ดนตรี ร้องเพลงอย่างช่ำชองและเชี่ยวชาญผ่านมิกเซอร์ มีประสบการณ์มากมายบนถนนสายเสียงเพลงทั้งหลาย ประตูข้างหน้าของท่านน่าจะรวมเอาสิ่งเหล่านั้นมาอยู่ในDAWอันทรงคุณค่าไว้เป็นประวัติศาสตร์ที่สามารถย้อนกับไปดูและฟังได้
   สิ่งที่ผมพูดนี้ฟังดูแล้วเลื่อนลอยไร้น้ำหนักสำหรับบางคน แต่สำหรับผม วันนี้ขอศึกษาอย่างจริงจัง ทำได้เท่าที่ความสามารถมีอยู่
   อุปกรณ์ที่ใช้กับDAWทุกคนมีพร้อมแล้ว ที่สำคัญที่สุด(เท่าที่ผมรู้วันนี้)คือ มิกเซอร์ครับ ทุกคนมี ผมอยากให้เลื่อนฐานะขึ้นมาใช้ดิจิทัลมิกเซอร์กันถ้วนหน้าครับ แล้วอนาล็อคมิกเซอร์แท้ๆใช้ได้ไหม ตอบครับ ได้ครับ แต่DAWมันจะทำงานได้อ้อมๆไม่เต็มความสามารถของมันครับ
   เหตุผลประการสำคัญของอนาล็อคมิกเซอร์แท้ๆที่DAWเข้าถึงยาก คือ ไม่มีช่องให้DAWติดต่อโดยตรง เราต้องหาผู้ช่วยคนกลางนำสัญญาณเสียงออกจากมิกซ์มาให้DAW  เมื่อDAWได้สัญญาณมาก็จะเป็นสัญญาณรวมเสียงร้องเพลงกับเสียงดนตรีด้วยกัน แยกไม่ได้
   แล้วอนาล็อคมิกเซอร์กึ่งดิจิทัลที่มี USB Audio Interface อย่างน้อยสัก 2 ช่อง (1 คู่สเตอริโอ)หละพอได้ไหม  ตอบครับ ได้เลย ผมเห็นมีหลายรุ่น บางรุ่นสามารถใช้บันทึกเสียงผ่านช่องSD หรือ USB บนมิกซ์ได้  แต่มิกซ์เหล่านี้ก็จะให้DAWเล่นและบันทึกเสียงร้องเพลงและดนตรีได้ทางMain Out แบบรวมเสียงออกมาเช่นกัน 
   ถ้าจะบันทึกแยกเสียงจะต้องบันทึกคนละเวลา คนละแทร็ค 

        หลายคนเลี่ยงไม่ใช้อนาล็อคมิกเซอร์กึ่งดิจิทัล ไปใช้ USB Audio Interface Sound Box อย่างน้อย 2ช่อง (1คู่สเตอริโอ)  อย่างค่าย Presonus,  Focusrite, Roland เป็นต้น  แทน
(แทรกรูป)




   รุ่นนี้มี USB Audio Interface จำนวน 2 แทร็ค โปรแกรมDAWที่ได้มาสามารถบันทึกบันเสียงร้องเพลงกับดนตรีได้พร้อมกันคนละแทร็ค แทร็คแรกบันทึกเสียงร้อง  แทร็คที่สองบันทึกคนตรีสด หรือสั่งเล่นดนตรีeXtreme Karaokeได้ มิติเสียงไม่ดีนัก
   ถ้าจะบันทึกแยกเสียงจะต้องบันทึกคนละเวลา คนละแทร็ค 


        อนาล็อคมิกเซอร์บางรุ่น มีช่อง USB Audio Interface เท่ากับจำนวนแชนแนล อินพุท อย่างนี้นับว่า DAWสามารถทำงานได้ดี เช่น
-   Sound Craft Signature  12/ 22 MTK (MultiTrack)
        รุ่นนี้ใครมีใช้เปรียบเสมือนมีDAW Controller เพราะใช้ก้านเฟดเดอร์ทุกก้านบนมิกซ์ควบคุมสัญญาณDAWหรือeXtreme Karaoke(แยกไลน์)ได้สบายๆ
   สุดท้าย คุณก็ควรขยับมาใช้ดิจิทัลมิกเซอร์เต็มตัวเสีย เพราะมันมี USB Audio Interface มากกว่า  2 Track นั่นคือช่วยให้DAWบันทึกเสียงมากขึ้นได้หลายแทร็ค ที่เรียกว่า MultiTrack
   เรียกว่า    บันทึกเสียงคนร้องเพลง 1 Track
         บันทึกเสียงดนตรีไปอีกหลายTrack

        ส่วนที่ว่า DAW ทำงานแทนมิกเซอร์นั้นคือ เรากำหนดให้สัญญาณเสียงผ่านมิกเซอร์จริงแต่ให้ผ่านอย่างเดียว ไม่ต้องต่อเติมเสริมแต่งอะไรทั้งสิ้น สัญญาณเสียงจะไหลวิ่งไปใช้DAW Mixer แทน ที่นั่นก็จะมีอุปกรณ์ปรับแต่งเสียงเหมือนMixerจริงทุกประการ อย่างที่เราเห็นที่Channel Stripนั่น  ทำอย่างไร ทำอย่างนี้ครับ (ระวังจะมีคำ2คำ อย่าสับสน คือ มิกเซอร์จริง(Mixer) กับ ดอว์มิกเซอร์(DAW Mixer)
1.   ที่Digital Mixerจริง  ทำการต่อไปนี้
        1.1   ที่Channel Line in ทำ Pan กลาง รับไมโครโฟน เปิดโพสต์เฟดไว้ที่ 0 dB  ทำ Patch I/O ไปที่ Main L 
        1.2   ที่Channel Line in USB ทุกไลน์ทำ Pan ซ้าย กลางหรือ ขวา (ตามต้องการ)  รับUSBสัญญาณดนตรีeXtreme  ปิดโพสต์เฟดต่ำสุดที่infinity dB
        1.3   ที่Channel Line in USB คู่สุดท้าย ทำ Pan กลาง เว้นไม่ต้องรับแยกeXtreme ปิดโพสต์เฟดต่ำสุดที่ infinity dB ให้ทำ PAFL (เปิดหูฟัง)
        1.4   ที่Channel MainL/R ทำ Pan กลาง ปิดโพสต์เฟดต่ำสุดที่ infinity dB
        1.5   Save Scense ไว้ใช้งานต่อไป
2. ที่ DAW Mixer  ทำการต่อไปนี้
   2.1 สร้างTrack Channel เท่ากับจำนวน Audio Interfaceที่ต้องการ
        2.2 ทุก Track Channel ทำโพสต์เฟดที่ -10 dB ทำ Pan ซ้าย กลางหรือ ขวา (ตามต้องการ) เพิ่ม FX EQ. ตามต้องการ
        2.3 Main Track Channel ทำ Pan กลาง (หรือทำโหมด สเตอริโอ) ทำโพสต์เฟดที่  0 dB ทำ Out Put ที่ USB คู่สุดท้าย 
3. การทำBalance DAW Mixer ทำการต่อไปนี้
   3.1 ใส่หูฟัง ปรับโวลูม
        3.2 ปล่อยเสียงดนตรี eXtreme Karaoke มา ความดัง 50
        3.3 เปิดปุ่ม Monitor ที่Track Channel (ทุกChannel)
        3.4 ปรับBalanceแต่ละChannelโดยลด/เพิ่มที่GainของDigital Mixer(จริง)
        3.5  Save Project DAW ไว้ใช้งานต่อไป
        3.6 นำสัญญาณจาก Digital Mixer(จริง)ออกสู่ระบบPA
        3.7 ปรับBalance FX. EQ. และ Power Amp. ตามต้องการ

   การเล่นเพลงร้องเพลงครั้งต่อไป ทำการต่อไปนี้
        1.   เปิดคอมพิวเตอร์ เรียกeXtreme Karaoke เรียก Mapperที่แยกไลน์มา  เรียกคิวเพลงที่ต้องการมา
        2.   เรียกโปรเจ็คDAWที่ต้องการมา
        3.   เปิดเครื่องอุปกรณ์เครื่องเสียง ตั้งแต่มิกเซอร์จริงไป....สุดท้ายที่ Power Amp.
        4.   เปิดปล่อยดนตรีeXtreme Karaoke ไป…………
        5.   ร้องเพลงประกอบซะเลย
        6.   สบายอารมณ์  ....... ถูกใจ......กดปุ่มRec. บนDAWบันทึกเอาเลย.....

        ครับ  เมื่อรู้วิธีใช้ DAW Mixer แทนMixerจริงๆแล้ว จะช้าอยู่ใย ไปเล่นกันเถอะ...
        บทนี้ขอยุติเพียงนี้  พบกันโอกาสหน้าครับ
        สวัสดีครับ
 :thank1:


ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1280
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ตอนที่ ๘๔ เรื่อง การบันทึกเสียงร้องเพลงเล่นดนตรี (ตอน ๘)
เรียน เพื่อน พี่ น้องสมาชิกที่เคารพรักทุกท่าน
   เราคงสนุกสนานกับการใช้DAW Mixer(มิกซ์บันทึกเสียง)แทนมิกซ์จริงไปแล้วนะครับ ไม่ต้องถึงกับมีอุปกรณ์ DAW Controller อย่าง Mackie DAW Control (MCU Pro) เราก็ทำด้วยมือเราเองได้อย่างพื้นฐานก่อน
(แทรกรูป)

        ที่สำคัญต้องแยกให้ออกนะครับ ว่า การใช้DAWเล่นและร้องเพลงeXtreme Karaoke  ผ่านมิกซ(ดิจิทัล)เรานั้น  เราเพียงแต่ตั้งค่าDAW Mixerให้สัมพันธ์กับมิกซ์จริงของเราแค่นั้น เราก็ยังใช้มิกซ์จริงควบคุมอยู่ตามปกติด้วยหลักให้สอดคล้องกับDAW

       ดิจิทัลมิกเซอร์(จริง) ก็ยังคงใช้อุปกรณ์ปิด/เปิดสัญญาณตามปกติ  ได้แก่
        1.   Gain
        2.   Slide Fader
        3.   On/Off Channel
        4.   PAFL /PFL
        5.   Phone Volumn

        ดิจิทัล มิกเซอร์ที่ผมนำมาประกอบการตั้งค่ากับDAW มี 3 รุ่น ครับ
         -Presonus Audiobox1818vsl
         -Behringer X18
         -Allen&Heath Qu pac

        มาดูการตั้งค่ามิกซ์จริงให้กับDAW Mixer 8iy[
1.   เฟดเดอร์สไลด์ Channel 1 – ไมค์ทั้งชนิด Dynamic และ Condencer  Gain ตั้งที่ -10 dB แล้วดันสไลด์โพสต์เฟดมาปกติที่ 0 dB ก่อนกดใช้FX. EQ.บนมิกซ์(ดิจิทัล)ได้ตามสมควรที่คุณชอบได้ เสียงที่คุณปรุงแต่งนี้จะติดไปบันทึกที่Tack DAW เมื่อคุณทำโพสต์เฟดสไลด์ที่ Main Out แน่นอน ตามที่คุณทำPatch I/Oไว้กับ Main Out 
        คุณจะได้ยินเสียงไมค์ตัวเองผ่านที่ปุ่มMonitorบนTrack Channel DAW ครับ
2.   มาที่ เฟดเดอร์สไลด์ Channel  Main Out   ตามปกติเข้าใจกันทั่วไปว่า เฟดเดอร์สไลด์ ถ้ายกขึ้นหมายถึงเปิดสัญญาณให้ทุกแชนแนลมาออกทางช่อง Main Out นั่นหมายความว่า สัญญาณFX. EQ.ของไมค์ก็จะออกไปด้วย เพื่อให้ตามเสียงร้องเราไปบันทึกในDAW
        ข้อสังเกต DSP ของดิจิทัลมิกเซอร์มีค่าการตั้ง Patch I/O Routing ได้มากน้อยไม่เท่ากัน  ครูยกตัวอย่าง
      - AB1818vsl   ไม่มีDSP  เราก็ต่อสายออกจากช่องMain Out-R มาลงLine in 2  (ทำเองด้วยมือ Manual)   
      - Behringer X18(Xr18) มีDSP  ทำแค่ ติ๊กเอาแถวนอนไมค์ไปลงที่แถวตั้งMain L/R ในตาราง Matrix In/Out มีค่าเป็น Main Post Fade (แม้ว่าจะทำPreหรือPost Slide Fade ที่Main)
      - Allen&Heath Qu pac มี DSP ตั้งค่า Patch I/Oได้กว้างมาก เช่น ให้Channel ไมค์ มีค่าเป็นMain ทั้งเป็นPre เป็นและ/หรือPost Fade ทั้งทีต้องทำ/หรือ ไม่ทำ Slide Fader (คงไม่งงนะครับ)
   ฉะนั้น คุณเลือกเอาเองว่า จะนำสัญญาณเพลงที่กำลังร้อง(สดๆ)ออกมาทางไหน ไปทางหูฟัง หรือทาง Main Out เพื่อไปขยายต่อที่ภาคPA.
        แน่นอน มิกซ์AB18418vsl (หรือมิกซ์ค่ายอื่นที่มีโมเดลคล้ายมิกซ์นี้ ต้องใช้เสียงออกจากPhoneอย่างเดียว  เพราะ Main Out ถูกนำไปใช้ในDAWแล้ว)
        มิกซ์ X18 กับ Qu pac เลือกได้ว่าจะเอาจากช่อง Main หรือ Phone หรือ Monitor  คุณต้องเปิดหูฟังที่ ปุ่ม PAFL หรือ PFL โดยไม่ต้องดันสไลด์Main Out  หรือไม่ต้องทำที่Main 
        คุณจะได้ยินเสียงไมค์ตัวเองผ่านที่ปุ่มMonitorบนTrack Channel DAW ก็ได้ครับ
3.   เฟดเดอร์สไลด์ Channel 3….N(หรือถัดจากไมค์  ไปจนสุดก่อนถึง คู่สุดท้าย)เป็นแชนแนลที่รับมิดี้eXtreme ต้องปิดลงต่ำสุดที่ infinity dB คือไม่ให้สัญญาณผ่านไปที่Mainเลยครับ ไม่อย่างนั้นสัญญาณจะเข้าไปปะปนกับTrack ไมโครโฟน อ้าวแล้วมันจะไปทางไหนหละครับ เราก็ให้ผ่านที่ Gain ครับ ตั้งไว้กลางๆที่ -10 dB ก่อน แล้วค่อยๆบาล้านซ์ขึ้นภายหลังที่เราปล่อยสัญญาณเพลงeXtremeออกมา
        คุณจะได้ยินเสียงดนตรีแต่ละไลน์ผ่านที่ปุ่มMonitorบนTrack Channel DAW ครั
4.   เฟดเดอร์สไลด์ Channel คู่สุดท้าย คู่นี้สำคัญที่สุดที่ผู้จะใช้DAWผ่านดิจิทัลมิกเซอร์ต้องใช้ให้เป็น   เพราะแชนแนลนี้เป็นทางเชื่อมให้สัญญาณบนTrack Channel DAW ที่มีทั้งเสียงร้องและดนตรีแต่ละไลน์ของเรามาให้ได้ยินที่หูฟัง  ตัวอย่างแชนแนลนี้ที่มิกซ์
        -AB18518vsl     คือ AuxOut 7/8
        -X18(Xr18)     คือ USB 17/18
        -QU pac   คือ  USB 31/32
   แชนแนลคู่นี้ เราต้องเว้นไม่ใช้แยกเสียงดนตรีeXtreme เพราะDAWต้องการทางออกให้สัญญาณรวมทุกแชนแนลของตนมาออกที่OutPutที่Main Track Channel DAW ซึ่งเค้าก็มีเหมือนมิกซ์ทั่วไปที่ต้องมีMain Out ฉะนั้น ไม่มีประโยชน์ที่จะใช้แชนแนลนื้เป็นทางออกของเสียงใดเสียงหนึ่ง ค่าของสัญญาณที่นี้ก็ให้ปกติ คือ 0 dB
(แทรกรูป)


ที่ดิจิทัลมิกเซอร์(จริง)เราก็ต้องทำเหมือกลุ่มChannelในข้อ3. คือ ต้องปิดลงต่ำสุดที่ infinity dB คือไม่ให้สัญญาณผ่านไปที่Mainเลยครับ ไม่อย่างนั้นสัญญาณจะเข้าไปปะปนกับTrack ไมโครโฟน ถ้าต้องการบันทึกลงDAW ก็ให้ผ่านที่ Gain ครับ ตั้งไว้กลางๆที่ -10 dB และที่สำคัญต้องเปิดช่องให้เราได้ยินคือทำ PAFLไปฟังที่หูฟัง(Phone) และกดทำOFFที่คู่นี้ก่อนจะทำPost Fadeให้ได้ยินที่หูฟัง


แต่ทั้งหมดจะต้องไปกดปุ่มMonitorที่Track Channel DAWด้วยจึงจะได้ยินเสียงที่เข้ามายังแต่ละTrack Channel DAW  (ดังรูป)



        สรุป งานบนดิจิทัลมิกเซอร์(จริง) ก็ทำโดยรวมๆดังที่กล่าวมา สำคัญมากอยู่ทีการตั้งค่าอุปกรณ์ปิด/เปิดสัญญาณ ได้แก่
      1.   Gain
      2.   Slide Fader
      3.   On/Off Channel
      4.   PAFL /PFL
      5.   Phone Volumn

          ทีนี้มาดูที่Track Channel DAW บ้าง เมื่อเราสร้างเสร็จระหว่างเปิดใช้เพื่อเตรียมบันทึก หรือฟังปกติ ก็ตั้งค่าโดยรวมๆไว้ ดังนี้
1.   Track Channel 1(ไมโครโฟน) จนถึง Track Channelก่อนคู่สุดท้าย ทำเฟดเดอร์ที่ -10 dB  กดปุ่มเปิดMonitor เสียง(เข้าหูฟัง)
รูปแสดง DAW Studio One  Track Channel มอนิเตอร์เป็นสีฟ้า


2.   Track Channel คู่สุดท้าย ให้ปิดมอนิเตอร์ ปิดเฟดเดอร์ เปิดการบันทึก (สีแดง)  (ดังรูป)


3.   Main Track Channel  ให้เปิดเฟดเดอร์ 0 dB  ทำOutPutไปที่ USB คู่สุดท้าย

   
4.   สัญญาณใน Track Channel DAW วิ่งไหลผ่านFaderมารวมที่ Main Track Channel ผ่านมาออกดิจิทัลมิกเซอร์(จริง)ที่Main Out หรือ PAFL(Phone –หูฟัง) ก็ขึ้นอยู่ที่เราตั้งค่า
5.   นำสัญญาณจากข้อ 4 ไปสู่ระบบPA.ต่อไป

        ขออนุญาตมาทบทวนครับ  ท่านช่ำชองและเชี่ยวชาญพบข้อบกพร่อง กรุณาช่วยชี้แนะ ขอบคุณครับ
     สวัสดีครับ
 :thank1:







ออฟไลน์ ประกอบกิจ

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 3
  • *
  • กระทู้: 82
  • H/L 4C95B99A x-men
ตอนที่ ๘๔ เรื่อง การบันทึกเสียงร้องเพลงเล่นดนตรี (ตอน ๘)
เรียน เพื่อน พี่ น้องสมาชิกที่เคารพรักทุกท่าน
   เราคงสนุกสนานกับการใช้DAW Mixer(มิกซ์บันทึกเสียง)แทนมิกซ์จริงไปแล้วนะครับ ไม่ต้องถึงกับมีอุปกรณ์ DAW Controller อย่าง Mackie DAW Control (MCU Pro) เราก็ทำด้วยมือเราเองได้อย่างพื้นฐานก่อน
(แทรกรูป)

        ที่สำคัญต้องแยกให้ออกนะครับ ว่า การใช้DAWเล่นและร้องเพลงeXtreme Karaoke  ผ่านมิกซ(ดิจิทัล)เรานั้น  เราเพียงแต่ตั้งค่าDAW Mixerให้สัมพันธ์กับมิกซ์จริงของเราแค่นั้น เราก็ยังใช้มิกซ์จริงควบคุมอยู่ตามปกติด้วยหลักให้สอดคล้องกับDAW

       ดิจิทัลมิกเซอร์(จริง) ก็ยังคงใช้อุปกรณ์ปิด/เปิดสัญญาณตามปกติ  ได้แก่
        1.   Gain
        2.   Slide Fader
        3.   On/Off Channel
        4.   PAFL /PFL
        5.   Phone Volumn

        ดิจิทัล มิกเซอร์ที่ผมนำมาประกอบการตั้งค่ากับDAW มี 3 รุ่น ครับ
         -Presonus Audiobox1818vsl
         -Behringer X18
         -Allen&Heath Qu pac

        มาดูการตั้งค่ามิกซ์จริงให้กับDAW Mixer 8iy[
1.   เฟดเดอร์สไลด์ Channel 1 – ไมค์ทั้งชนิด Dynamic และ Condencer  Gain ตั้งที่ -10 dB แล้วดันสไลด์โพสต์เฟดมาปกติที่ 0 dB ก่อนกดใช้FX. EQ.บนมิกซ์(ดิจิทัล)ได้ตามสมควรที่คุณชอบได้ เสียงที่คุณปรุงแต่งนี้จะติดไปบันทึกที่Tack DAW เมื่อคุณทำโพสต์เฟดสไลด์ที่ Main Out แน่นอน ตามที่คุณทำPatch I/Oไว้กับ Main Out 
        คุณจะได้ยินเสียงไมค์ตัวเองผ่านที่ปุ่มMonitorบนTrack Channel DAW ครับ
2.   มาที่ เฟดเดอร์สไลด์ Channel  Main Out   ตามปกติเข้าใจกันทั่วไปว่า เฟดเดอร์สไลด์ ถ้ายกขึ้นหมายถึงเปิดสัญญาณให้ทุกแชนแนลมาออกทางช่อง Main Out นั่นหมายความว่า สัญญาณFX. EQ.ของไมค์ก็จะออกไปด้วย เพื่อให้ตามเสียงร้องเราไปบันทึกในDAW
        ข้อสังเกต DSP ของดิจิทัลมิกเซอร์มีค่าการตั้ง Patch I/O Routing ได้มากน้อยไม่เท่ากัน  ครูยกตัวอย่าง
      - AB1818vsl   ไม่มีDSP  เราก็ต่อสายออกจากช่องMain Out-R มาลงLine in 2  (ทำเองด้วยมือ Manual)   
      - Behringer X18(Xr18) มีDSP  ทำแค่ ติ๊กเอาแถวนอนไมค์ไปลงที่แถวตั้งMain L/R ในตาราง Matrix In/Out มีค่าเป็น Main Post Fade (แม้ว่าจะทำPreหรือPost Slide Fade ที่Main)
      - Allen&Heath Qu pac มี DSP ตั้งค่า Patch I/Oได้กว้างมาก เช่น ให้Channel ไมค์ มีค่าเป็นMain ทั้งเป็นPre เป็นและ/หรือPost Fade ทั้งทีต้องทำ/หรือ ไม่ทำ Slide Fader (คงไม่งงนะครับ)
   ฉะนั้น คุณเลือกเอาเองว่า จะนำสัญญาณเพลงที่กำลังร้อง(สดๆ)ออกมาทางไหน ไปทางหูฟัง หรือทาง Main Out เพื่อไปขยายต่อที่ภาคPA.
        แน่นอน มิกซ์AB18418vsl (หรือมิกซ์ค่ายอื่นที่มีโมเดลคล้ายมิกซ์นี้ ต้องใช้เสียงออกจากPhoneอย่างเดียว  เพราะ Main Out ถูกนำไปใช้ในDAWแล้ว)
        มิกซ์ X18 กับ Qu pac เลือกได้ว่าจะเอาจากช่อง Main หรือ Phone หรือ Monitor  คุณต้องเปิดหูฟังที่ ปุ่ม PAFL หรือ PFL โดยไม่ต้องดันสไลด์Main Out  หรือไม่ต้องทำที่Main 
        คุณจะได้ยินเสียงไมค์ตัวเองผ่านที่ปุ่มMonitorบนTrack Channel DAW ก็ได้ครับ
3.   เฟดเดอร์สไลด์ Channel 3….N(หรือถัดจากไมค์  ไปจนสุดก่อนถึง คู่สุดท้าย)เป็นแชนแนลที่รับมิดี้eXtreme ต้องปิดลงต่ำสุดที่ infinity dB คือไม่ให้สัญญาณผ่านไปที่Mainเลยครับ ไม่อย่างนั้นสัญญาณจะเข้าไปปะปนกับTrack ไมโครโฟน อ้าวแล้วมันจะไปทางไหนหละครับ เราก็ให้ผ่านที่ Gain ครับ ตั้งไว้กลางๆที่ -10 dB ก่อน แล้วค่อยๆบาล้านซ์ขึ้นภายหลังที่เราปล่อยสัญญาณเพลงeXtremeออกมา
        คุณจะได้ยินเสียงดนตรีแต่ละไลน์ผ่านที่ปุ่มMonitorบนTrack Channel DAW ครั
4.   เฟดเดอร์สไลด์ Channel คู่สุดท้าย คู่นี้สำคัญที่สุดที่ผู้จะใช้DAWผ่านดิจิทัลมิกเซอร์ต้องใช้ให้เป็น   เพราะแชนแนลนี้เป็นทางเชื่อมให้สัญญาณบนTrack Channel DAW ที่มีทั้งเสียงร้องและดนตรีแต่ละไลน์ของเรามาให้ได้ยินที่หูฟัง  ตัวอย่างแชนแนลนี้ที่มิกซ์
        -AB18518vsl     คือ AuxOut 7/8
        -X18(Xr18)     คือ USB 17/18
        -QU pac   คือ  USB 31/32
   แชนแนลคู่นี้ เราต้องเว้นไม่ใช้แยกเสียงดนตรีeXtreme เพราะDAWต้องการทางออกให้สัญญาณรวมทุกแชนแนลของตนมาออกที่OutPutที่Main Track Channel DAW ซึ่งเค้าก็มีเหมือนมิกซ์ทั่วไปที่ต้องมีMain Out ฉะนั้น ไม่มีประโยชน์ที่จะใช้แชนแนลนื้เป็นทางออกของเสียงใดเสียงหนึ่ง ค่าของสัญญาณที่นี้ก็ให้ปกติ คือ 0 dB
(แทรกรูป)


ที่ดิจิทัลมิกเซอร์(จริง)เราก็ต้องทำเหมือกลุ่มChannelในข้อ3. คือ ต้องปิดลงต่ำสุดที่ infinity dB คือไม่ให้สัญญาณผ่านไปที่Mainเลยครับ ไม่อย่างนั้นสัญญาณจะเข้าไปปะปนกับTrack ไมโครโฟน ถ้าต้องการบันทึกลงDAW ก็ให้ผ่านที่ Gain ครับ ตั้งไว้กลางๆที่ -10 dB และที่สำคัญต้องเปิดช่องให้เราได้ยินคือทำ PAFLไปฟังที่หูฟัง(Phone) และกดทำOFFที่คู่นี้ก่อนจะทำPost Fadeให้ได้ยินที่หูฟัง


แต่ทั้งหมดจะต้องไปกดปุ่มMonitorที่Track Channel DAWด้วยจึงจะได้ยินเสียงที่เข้ามายังแต่ละTrack Channel DAW  (ดังรูป)



        สรุป งานบนดิจิทัลมิกเซอร์(จริง) ก็ทำโดยรวมๆดังที่กล่าวมา สำคัญมากอยู่ทีการตั้งค่าอุปกรณ์ปิด/เปิดสัญญาณ ได้แก่
      1.   Gain
      2.   Slide Fader
      3.   On/Off Channel
      4.   PAFL /PFL
      5.   Phone Volumn

          ทีนี้มาดูที่Track Channel DAW บ้าง เมื่อเราสร้างเสร็จระหว่างเปิดใช้เพื่อเตรียมบันทึก หรือฟังปกติ ก็ตั้งค่าโดยรวมๆไว้ ดังนี้
1.   Track Channel 1(ไมโครโฟน) จนถึง Track Channelก่อนคู่สุดท้าย ทำเฟดเดอร์ที่ -10 dB  กดปุ่มเปิดMonitor เสียง(เข้าหูฟัง)
รูปแสดง DAW Studio One  Track Channel มอนิเตอร์เป็นสีฟ้า


2.   Track Channel คู่สุดท้าย ให้ปิดมอนิเตอร์ ปิดเฟดเดอร์ เปิดการบันทึก (สีแดง)  (ดังรูป)


3.   Main Track Channel  ให้เปิดเฟดเดอร์ 0 dB  ทำOutPutไปที่ USB คู่สุดท้าย

   
4.   สัญญาณใน Track Channel DAW วิ่งไหลผ่านFaderมารวมที่ Main Track Channel ผ่านมาออกดิจิทัลมิกเซอร์(จริง)ที่Main Out หรือ PAFL(Phone –หูฟัง) ก็ขึ้นอยู่ที่เราตั้งค่า
5.   นำสัญญาณจากข้อ 4 ไปสู่ระบบPA.ต่อไป

        ขออนุญาตมาทบทวนครับ  ท่านช่ำชองและเชี่ยวชาญพบข้อบกพร่อง กรุณาช่วยชี้แนะ ขอบคุณครับ
     สวัสดีครับ
 :thank1:
ขอบพระคุณครับป๋า

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1280
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
ขอบพระคุณครับป๋า
คุณใช้วินโดวส์เป็นตัวบันทึกเสียงดนตรีeXtreme_ASIO ได้แล้วนะ  ถ้าอ่านตามบทความของครู

ปกติ วินโดวส์ใช้อุปกรณ์ซาวด์(หลัก)ที่เรากำหนดเป็นจุดOutPut เวลาเราPlay File Media (ภาพและเสียง)ให้เราได้ยินเสียง กำหนดเป็นจุดInput เพ่ื่อให้เราบันทึกเสียงที่เราได้ยิน

ที่บอกว่าซาวด์หลักเพราะบางคนยัดเยียดซาวด์หลายตัวให้วินโวส์    เราต้องกำหนดให้ตัวใดตัวหนึ่งเป็นหลักในการPlayและRecordเสียงที่ได้ยิน

คุณใช้ X18 เป็นมิกซ์ให้วินโดวส์ นั่นคือ คุณต้องรู้จักว่า X18 มีทางออกOutPutและทางเข้าInputของเสียงผ่านตัวX18เองตรงไหน







ปกติ X18 มี Input/ Output อยู่ที่เดียวกัน คือ USB 1/2  ถ้าเราไม่เปลี่ยนไปเพราะเหตุใด

ที่เมนู Main Out ต้องตั้งค่าตามรูปนี้ (ใส่หุูฟังด้วย เพราะต้องย้ายPhoneไปอยู่ที่USB1/2)



นั่นคือ  ถ้าใช้โปรแกรมจับหน้าจอประเภทCapture มันจะบันทึกเสียงที่เราเพลย์ หรือเล่นeXtreme ปกติ 2 ไลน์ ทันที


แค่นี้ก่อน   ขอตัวไปออกกำลังกาย(วิ่งยามเย็นก่อน)
 :30:








« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 18 ตุลาคม 2018, 18:46:41 น. โดย Sumatethep »

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1280
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
 :58:   :58:   :58:
ตอบคุณประกอบกิจครับ

กิจของท่านคงมาก จึงไม่ค่อบมีเวลามาอ่านไลน์ที่ครูถามทักไปเมื่อ 4-5 เดือนมาแล้ว

ในบทความบล่าสุดคงมีข้อความเป็นคำตอบที่คุณสงสัยเหลือเกินว่า จะกด F10 เอาสัญญาณแยกไลน์eXtreme_ASIO มากกว่า2ไลน์ของคุณไปบันทึกบนวินโดวส์(F10)ได้อย่างไร ในกระทู้นี้
http://karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=118033.msg124555818#top

คุณประกอบกิจคงเจอคำแนวตอบแล้วนะครับ   

ข้อความที่เป็นคำตอบคือ"......Behringer X18(Xr18) มีDSP  ทำแค่ ติ๊กเอาแถวนอนไมค์ไปลงที่แถวตั้งMain L/R ในตาราง Matrix In/Out มีค่าเป็น Main Post Fade (แม้ว่าจะทำPreหรือPost Slide Fade ที่Main)......"
(ดังรูป)


การทำดังรูปข้างบน ครูได้ยินนักมิกซ์เขาใช้กันว่า "โยนไมค์(Microphone)ไปให้เมน(Main)"

ผลการทำดังรูปข้างบน เสียงไมค์จะมีFX. EQ.ติดตามไปบันทึกที่Track DAW โดยไม่ต้องอาศัยFX. EQ.ของDAW

คุณประกอบกิจ  ก็คงคิดกลับกันว่า ...งั้นก็น่าจะโยนเมน(Main-ที่ได้ยินเสียงแยกไลน์eXtreme_ASIO)ไปให้Input(USB1/2ของวินโดวส์ของX18))   ปุ่มF10น่าจะบันทึกได้ครบทุกไลน์     จึงประยุกต์ไปใช้ทำPatch I/O ดังรูปนี้ ครบวงจรเล่นและบันทึก


การทำดังรูปข้างบน ครูได้ยินนักมิกซ์เขาใช้กันว่า "โยน1/2ไปให้เมน(Main)"

ขอแสดงความยินดีกับคุณประกอบกิจที่สามารถแก้ปัญหาของคุณเองได้แล้ว   เล่นมิกซ์X18 ด้วย Xair Edit ม่วนดีนะครับ

(มิกซ์X18/Xr18 เขาใช้DSP(ตามรูปที่ครูนำมาให้ดู)เรียกว่า Xair Editบนวินโดวส์ ครับ)


 :39:   :39:   :39:

ออฟไลน์ Sumatethep

  • ลงทะเบียน HL
  • ระดับ 5
  • *
  • กระทู้: 1280
  • 6E664E4B ซื้อจาก ชัยสแตมป์ ลำปาง
  :30:


        ตารางMatrix Patch i/o ของมิกซ์ดิจิทัลX18 ช่วยให้เรา"โยน"สัญญาณจากที่ต่างๆเข้าหากันได้เพียงคลิกสัญลักษณ์วงกลมสีต่างๆตามที่เราต้องการ



        สำหรับผู้ใช้ร้องเพลงกับeXtremeทั้งแยกไลน์และไม่แยกไลน์ และไม่ใช้DAW เพื่อบันทึกเสียง อาจใช้โปรแกรมใดๆจับหน้าจอหรือต้องการบันทึกแบบF10  ครูแนะนำให้ใช้ไลน์(แชนแนล)ที่9/10สำหรับไมค์ถาวรตายตัวไม่ต้องถอนเข้าออกให้หลวมเปล่าๆ



เหตุผลเพราะ
     1.  คุณร้องเพลงและเล่นeXtremeปกติไม่แยกไลน์ สัญญาณเพลงจะวิ่งไปออกที่Ch.1/2 และร้องเพลงจะเข้าที่Ch.9/หรือ10 อยากบันทึกเสียงด้วยF10 หรือโปรแกรมจับหน้าจอใดๆก็บันทึกได้ทั้งเสียงร้องและดนตรีผ่านทางMain out แบบที่ครูว่า"โยนmainไปให้in1/2(นึกออกนะครับ)


     2. คุณเล่นeXtreme_SQLแล้วแยกไลน์ X18 เค้าจะจองch.USB1/2, 3/4, 5/6, และ7/8ให้เป็นไลน์eXtremeแบบข้อบังคับตายตัว เค้าจะไม่ไปที่อื่นเลย เราก็จะไม่ต้องถอนไมค์เข้าออกไปไหนอยู่ที่ch.9หรือ10เหมือนเดิม ทีนี้คุณก็จะบันทึกแบบF10 หรือโปรแกรมจับหน้าจอใดๆผ่านMainของX18แบบ"โยนmain outไปให้in1/2"(คงไม่ลืมนะครับ)

     3. พัฒนาจากข้อ2.คุณอยากแยกไลน์eXtreme_ASIO ซะ16ไลน์ก็ได้ ก็แยกผ่านไลน์1-8(เว้น9/10) แยกไลน์ที่11-18 เล่นกับมิกซ์X18นี่ให้สะใจไปเลย แล้วจะบันทึกด้วยF10หรือโปรแกรมจับหน้าจอใดๆก็สุดแต่คุณเถอะแต่มันต้องผ่านMain Outแบบ"โยน....เหมือนเดิมที่ทำไว้"
     
     4. ใครมีDAWเหมือนครูก็เรียกมาใช้ตามแผนที่ครูแนะนำไว้ข้างต้น แต่ของครูจะได้ไฟล์เสียงร้องเพลงกับeXtremeหลายแห่ง ถ้าบันทึกพร้อมกัน เช่น
        4.1 ในโฟลเดอร์บันทึกของโปรแกรมจับหน้าจอ
        4.2 ในโฟลเดอร์RecordsของeXtreme
        4.3 ในTrackคู่สุดท้ายของDAW

     5. อย่าลืมเสียบหูฟัง แล้วจัดPatch I/O ที่ แท็บ Main Out ตรวตามจุดออกที่ถูกต้องด้วย





       อย่างไรก็ตาม ใครมีมิกซ์X18 ไม่เคยใช้บันทึกเสียงก็ลองๆใช้ดูเถอะครับ เบื้องต้นก็หัด"โยนสัญญาณจากนั่นไปเข้านี่"ใหคุ้นก่อนก็ยังดีครับ  :58:
 :30:  :30:  :30:
 :thank1:










« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 19 ตุลาคม 2018, 19:44:06 น. โดย Sumatethep »